วันศุกร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2559

บทนำ

บทนำ
ในโลกที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายสับสน เทคโนโลยีเครื่องยนต์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่เอาไว้อำนวยความสะดวกให้แก่มนุษย์ เป็นโลกที่ผู้คนอาศัยอยู่กันอย่างสะดวกสะบาย แต่ก็มีหลายคนที่ไม่ได้จัดอยู่ในหมวดของความสะดวกสะบายนี้ เรื่องราวนี้เกิดขึ้นในเมืองใหญ่ที่ผู้คนต่างสัญจรไปมากันขวักไขว่ บ้างใช้รถส่วนตัวในการเดินทาง บ้างก็ใช้รถโดยสารในการเดินทาง บ้างก็ใช้เท้าของตัวเองเดินทาง ทุกคนส้วนมีเส้นทางของตัวเองทุกคน

เมืองใหญ่แห่งนี้ เป็นเมืองที่มีแต่แสงสีมีร้านค้ามากมายเปิดเต็ม 2 ฝั่งของถนน เป็นเมืองที่มีร้านสะดวกซื้อเยอะที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ในยุคสมัยนี้ผู้คนต่างมีความเห็นอกเห็นใจกันน้อยลง ใจคอโหดเหี้ยมขึ้นทุกวัน มีข่าวการฆ่าฟันกันไม่เว้นแต่ละวัน แต่ผู้คนกลับใช้ชีวิตกันปรกติราวกับเรื่องราวของอาชญากรรมเหล่านั้นเป็นเพียง “เรื่องธรรมดา” ผู้คนค่อยๆชินชากับข่าวแบบนี้และเริ่มที่จะเห็นแก่ตัวกันมากขึ้น
ชินเด็กหนุ่ม อายุ 16 ปี ซึ่งอาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้กับครอบครัว ตัวเขาเองจัดว่าเป็นคนหน้าตาดีคนหนึ่ง ส่วนสูงอยู่ที่ 175 น้ำหนัก 61 รูปร่างดีตั้งแต่เด็กๆ ชินเป็นคนอารมณ์ดียิ้มเก่งแถมยังหัวดีอีกต่างหาก ทำให้เพื่อนๆในห้องต่างรักใคร่ แต่ก็อย่างที่รู้ๆกันมีคนรักย่อมมีคนเกลียดเป็นของธรรมดา


แต่ในหมู่ผู้คนเหล่านั้นยังมีครอบครัวอยู่ครอบครัวหนึ่งซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 3 คนพ่อแม่ลูก เป็นครอบครัวแสนสุขที่กินอยู่กันอย่างพอเพียงไม่ได้มีฐานะร่ำรวยแต่มีบ้านหลังเล็กๆซึ่งเป็นที่พักพิงแก่คนทั้ง 3 นี้
และหนึ่งในเด็กกลุ่มนั้นก็มีคนที่ไม่ชอบชินเอาเสียมากๆอยู่ด้วยแถมเด็กคนนั้นยังเป็นหัวโจกที่คอยสร้างปัญหามากที่สุดในโรงเรียนแห่งนี้แต่ก็อย่างว่าอำนาจของเงินนั้นน่ากลัวยิ่งนักไม่มีใครกล้าเข้ามาจัดการกับเขาซักคนเพราะมีแต่คนกลัว เด็กคนที่เป็นที่รู้จักกันในนามว่า “อาร์ค”


โรงเรียนที่ชินเรียนอยู่นั้นเป็นโรงเรียนของรัฐบาลเด็กส่วนใหญ่ที่เข้าเรียนก็เป็นพวกที่บ้านใกล้เสียส่วนใหญ่ส่วนมากก็เป็นเด็กที่ครอบครัวฐานะปานกลางเกือบทั้งหมด แต่ก็ยังมีพวกลูกคุณหนูเข้ามาเรียนด้วยเหมือนกันเด็กพวกนี้จะคบแต่กับพวกลูกคนรวยเท่านั้นเหมือนเป็นการแบ่งชนชั้นของนักเรียนโดนสิ้นเชิงเด็กพวกนี้จะมีนิสัยที่ชอบดูถูกคนอื่นชอบรังแกคนอื่นโดยใช้อำนาจทางการเงิน ขนาดพวกครูเองยังไม่กล้ามีปัญหาด้วยเพราะเกรงว่าตัวเองจะพลอยมีปัญหาไปด้วย มันยิ่งทำให้เด็กพวกนี้ได้ใจมากขึ้น
ชินเดินไปจนถึงท่ารถเพื่อรอขึ้นรถเมย์สายประจำที่เขานั่งไปโรงเรียน ชินรอไม่นานรถก็มาชายหนุ่มเดินขึ้นมาบนรถที่ตอนนี้มีคนอยู่เต็มคันรถ ชายหนุ่ม ยกข้อมือซ้ายตัวเองขึ้นมาเพื่อมองดูนาฬิกา เห็นเข็มสั้นที่ชี้ไปที่เลข 7 เข็มยาวอยู่ที่เลข 12 ซึ่งเวลานี้เป็นเวลาที่พ่อแม่ของชินน่าจะออกเดินทางจากบ้านไปที่ทำงานแล้ว


ชินเดินออกจากบ้านในตอนเช้าด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม ก่อนจะออกจากบ้านชายหนุ่มพนมมือไหว้ พ่อ และ แม่ ของตน พวกท่านก็โบกมือให้กับชินเหมือนเช่นเคยทุกวันด้วยใบหน้าที่เปื้อนยิ้มนั้นทำให้รู้ได้เลยว่าทั้งคู่คงเป็นคนที่ใจดีมากๆแน่ๆ ชายหนุ่มยิ้มให้กับภาพที่เห็นนั้นเขารู้สึกได้เลยว่าตัวเองโชคดีจริงๆที่ได้เกิดมาในครอบครัวนี้ โดยหารู้ไม่ว่ารอยยิ้มที่เขาเห็นนั้นอาจจะเป็นรอยยิ้มครั้งสุดท้าย
ผู้คนที่อยู่ใกล้กับที่เกิดเหตุวิ่งมามุงดูกันเต็มไปหมด มีคนพยายามที่จะไปช่วยสองสามีภรรยานั้นแต่เมื่อเขาวิ่งไปถึงจึงได้รู้ว่าร่างของทั้งคู่นั้นเหลือเพียงร่างกายเปล่าๆที่ไร้ซึ่งวิญญาณไปแล้ว แถมรถกระบะคู่กรณีหลังจากที่ชนแล้วดันหนีไปทั้งๆอย่างนั้น


พ่อและแม่ของชินทำงานในโรงงานแห่งหนึ่งทั้งสองคนมีพาหนะที่ใช้ในการเดินทางคือรถมอเตอร์ไซ เก่าๆหนึ่งคัน พ่อของชินจะขับไปจอดที่โรงงานเป็นประจำทุกวันในวันนี้ก็เช่นกัน บนถนนเส้นเดิมที่ใช้เดินทางอยู่เป็นประจำนั้นก็เหมือนปรกติทุกอย่าง แต่ในวันนี้มันมีสิ่งผิ่งปรกติเกิดขึ้นมาหนึ่งอย่าง นั่นคือรถกระบะคันหนึ่งที่พุ่งมาด้วยความเร็วสูงแต่แล้วรถคนนั้นกลับเสียหลักตรงดิ่งมายังคู่สามีภรรยาทั้งสองคนที่ตอนนี้ต่างตกใจพยายามที่จะขับหลบให้พ้นรถกระบะคันนี้แต่ ณ เวลาแค่เสี้ยววินาทีนั้น ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วเกินไป
ตู๊มมมม !!!
เสียงที่ดังขึ้นมานั้นคือเสียงของการชนกันของรถกระบะและรถจักรยานยนต์ เมื่อเสียงเงียบลงภาพที่ปรากฏออกมาคือภาพของสามีภรรยาที่นอนอยู่บนท้องถนน มีบาดแผลทั่วร่าง
ผู้คนโดยรอบคาดคะเนกันดูแล้วสาเหตุน่าจะมาจากคนขับรถกระบะหลับในรถจึงเสียหลักพุ่งมาชนแต่พอชนแล้วคนขับก็ตื่นมาเห็นว่าคนขับรถชนคนตายจึงตกใจและรีบหนีไปทันที
ชินหลบออกด้านข้างให้กับพวกที่เดินตามมาด้านหลัง เขาเองไม่อยากมีปัญหาจึงทำเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น เด็กส่วนใหญ่จึงคิดว่าชินคงจะกลัวคนพวกนี้เหมือนกัน ทั้งที่ความจริงแล้วไม่ใช่ ชินไม่ได้เกรงกลัวพวกเขาเลย เพราะเมื่อตอนที่พ่อของชินเป็นหนุ่มนั้นเคยเป็นนักมวยที่เก่งกาจมาก่อนแต่ก็เกิดอุบัติเหตุระหว่างฝึกซ้อมทำให้แขนของพ่อชินนั้นใช้การได้ไม่เหมือนเดิมท่านจึงเลิกเป็นนักมวยและมาทำงานโรงงานแทน


ชินที่เวลานี้ยืนอยู่บนรถเมย์ไม่รู้ตัวเลยว่า ณ เวลานี้นั้นเขาได้สูญเสียบุคคลที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเขาไปแล้ว


ชินมาถึงโรงเรียนในเวลา 07.45 น. ในโรงเรียนมีเด็กนักเรียนอยู่เต็มไปหมด ทุกคนต่างเดินกันไปมา บ้างก็นั่งคุยกัน บางคนเตรียมตัวพร้อมเดินไปที่หน้าเสาธงเพื่อรอเคารพธงชาติในเวลา 08.00 น.


ชินเองก็เดินไปที่หน้าเสาธงเช่นกัน ขณะที่ยืนอยู่ก็มีคนกลุ่มหนึ่งเดินใกล้เข้ามา โดยมีเด็กหนุ่มคนหนึ่งเดินนำหน้ามา อาร์ค นั่นเองเขาเดินมาในที่ที่ชินยืนอยู่แล้วใช้ไหล่เขามากระแทกไหล่ของชินแล้วใช้สายตามองมาด้วยความหยิ่งผยองราวกับจะบอกเป็นนัยว่าเกะกะขวางทาง


ตัวของชินนั้นได้ฝึกมวยกับพ่อของตนมาด้วยเหมือนกันที่บ้านของเขามีกระสอบทรายที่ไว้ซ้อมมวยด้วย เมื่อพ่อชินว่างจากการทำงานก็จะคอยมาสอนให้จนชินนั้นมีความแข็งแกร่งทางร่างกายและความคล่องตัว พอที่จะใช้ป้องกันตัวได้อย่างไม่น่าเป็นห่วงอะไร



หลังเหตุการณ์นั้นทุกอย่างในโรงเรียนก็ดำเนินไปตามปรกติ เหตุที่ชินไม่รู้เรื่องราวของพ่อและแม่เขาเนื่องจากทางโรงเรียนไม่อนุญาตให้พกโทรศัพท์มาโรงเรียนด้วยชายหนุ่มจึงยังไม่รู้เรื่อง


ชินเดินทางกลับบ้านด้วยรอยยิ้มเหมือนกับทุกวัน เมื่อถึงบ้านชินก็ทำความสะอาดบ้าน เตรียมหุงหาอาหารเพราะรู้ว่าพ่อแม่ของตนกว่าจะเลิกงานก็หนึ่งทุ่มกว่าจะถึงบ้านก็เกือบๆสองทุ่ม แต่วันนี้ทุกอย่างแปลกไปเพราะตอนนี้เวลาก็ล่วงเลยมากว่าสามทุ่มแล้วแต่ยังไม่มีวี่แววของผู้เป็นพ่อและแม่ของชินจะกลับมา


ชายหนุ่มรู้สึกเป็นกังวลเนื่องเพราะทั้งคู่ไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนชายหนุ่ม เดินไปหยิบโทรศัพท์บ้านแล้วโทรเข้าไปยังเบอร์โทรศัพท์ของผู้เป็นพ่อด้วยใจที่เต้นแรงเพราะความกังวล เขารอสายไม่นานก็มีคนรับโทรศัพท์ แต่เสียงที่เขาได้ยินไม่ใช่เสียงของพ่อตัวเอง


******************************************************************************************************************************************



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น